การยางแห่งประเทศไทย
w3c Facebook การยางแห่งประเทศไทย English

EN

Chinese

CN

ข่าวสาร กยท. >> ข่าวผู้บริหาร
ดร.ธีธัช ผู้ว่าการ กยท. นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ เยี่ยมชมการแปรรูปยางแผ่นรมควัน ยางเครพรมควัน ณ อ.โนนสุวรรณ หวังสนับสนุนส่งเสริมการเพิ่มมูลค่า สร้างโอกาสทางการตลาด

วันที่ 6 ก.ย. 2559

              เมื่อเร็วๆ ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการ กยท. นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ อ.โนนสุวรรณ เยี่ยมชมการแปรรูปยางแผ่นรมควัน ยางเครพรมควัน เพื่อเพิ่มมูลค่า สร้างความเข้มแข็งให้สถาบันเกษตรกร พร้อมสนับสนุนส่งเสริม สร้างโอกาสทางการตลาด
                    ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยว่า สหกรณ์กองทุนสวนยางโนนสุวรรณ จำกัด เป็นกลุ่มที่ก่อตั้งขึ้นโดยสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางเดิม ปัจจุบันขึ้นทะเบียนสถาบันเกษตรกรกับการยางแห่งประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สหกรณ์แห่งนี้รวบรวมผลผลิตน้ำยางสดของชาวสวนยางในพื้นที่มาแปรรูปเป็นยางแผ่นรมควัน ซึ่งได้รับการสนับสนุนการสร้างโรงอบและรมยาง จนพัฒนาอย่างต่อเนื่องถึงทุกวันนี้ โดยสหกรณ์ได้ขยายโรงรมเพื่อรองรับผลผลิตจากเกษตรกร และดำเนินการจำหน่ายปัจจัยการผลิตให้กับสมาชิกในราคาที่เป็นธรรมด้วย เป็นการรวมกลุ่มเกษตรกร เพื่อให้สามารถซื้อและขายวัสดุปลูกหรือผลผลิตในราคาที่เป็นธรรมมากยิ่งขึ้น
                   "กยท. จะเข้าไปมุ่งเน้นในเรื่องการพัฒนาคุณภาพผลผลิต โดยการสนับสนุน ส่งเสริม ควบคุม และดูแลเพื่อให้สหกรณ์สามารถผลิตยางที่มีคุณภาพ และเพิ่มมูลค่าผลผลิตขึ้นได้ รวมถึงต่อยอดด้านการแปรรูปเป็นยางแผ่นรมควันอัดก้อน เพื่อส่งขายต่างประเทศ ในส่วนของโรงเรือนต้องมีการปรับปรุงให้ตรงตามมาตรฐาน GMP ที่กำหนด สิ่งนี้จึงถือเป็นแนวทางที่ กยท. จะให้การสนับสนุนแก่สหกรณ์แห่งนี้ต่อไป โดยอาจใช้วงเงินจากกองทุนพัฒนายางฯ มาตรา 49 (3) นอกจากนี้ ก็จะเป็นการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ในเรื่องอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ ช่วยเหลือในด้านการรักษาเสถียรภาพด้านราคาท้องถิ่น และการให้สินเชื่อสนับสนุน” ผู้ว่าการ กยท. กล่าวเพิ่ม
                 ด้านนายสมปอง ชำนิจ ประธานกรรมการสหกรณ์กองทุนสวนยางโนนสุวรรณ จำกัด เปิดเผยว่า สหกรณ์กองทุนสวนยางโนนสุวรรณ ถือเป็นแห่งเดียวในภาคอีสานที่รวบรวมน้ำยางดิบมาทำแผ่นรมควัน หาตลาด จัดจำหน่ายอย่างครบวงจร เดิมมีกำลังผลิตยางแผ่นรมควันได้ในปริมาณ 40-50 ตันต่อวัน แต่ยังไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำยางของเกษตรกรในพื้นที่ได้เพียงพอ ต่อมาได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดบุรีรัมย์ก่อสร้างโรงอบยางแผ่นรมควันพร้อมอุปกรณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตยางแผ่นรมควันที่ได้มาตรฐานจากเดิม 40 ตัน เป็น 60 ตันต่อวัน รองรับปริมาณน้ำยางสดของเกษตรกรที่ปลูกยางพาราในอำเภอโนนสุวรรณ จำนวน 1,278 คน ซึ่งมีพื้นที่เปิดกรีดแล้ว จำนวน 24,142 ไร่ เป็นการยกระดับคุณภาพยางพาราให้ได้มาตรฐาน สร้างอำนาจการต่อรองในตลาดยางพารากับบริษัทผู้รับซื้อโดยตรงได้ ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มจากการปันผลเฉลี่ยคืนหลังจากขายน้ำยางสดที่ผ่านกระบวนการแปรรูปเป็นยางแผ่นแล้ว เกษตรกรมีรายได้เพิ่มสูงขึ้นกว่าราคาตลาดกลางรับซื้อน้ำยางสดโดยตรง เฉลี่ยกิโลกรัมละ 4 - 5 บาท ที่สำคัญเกษตรกรไม่ต้องเสียเวลา ลดต้นทุนแรงงานผลิตยางแผ่นเอง
                 นอกเหนือจากกลุ่มสหกรณ์ที่รวบรวมผลผลิตของเกษตรกรชาวสวนยางในรูปแบบน้ำยางสดมาแปรรูปเป็นยางแผ่นรมควันแล้ว ในพื้นที่ อ. โนนสุวรรณ ยังมีกลุ่มวิสาหกิจที่ดำเนินการแปรรูปยางคุณภาพ โดยนำนวัตกรรมการแปรรูปยางก้อนถ้วยสู่ยางเครพ ช่วยเพิ่มมูลค่าการจำหน่ายได้ราคาเพิ่มขึ้น และลดต้นทุนในการแปรูปได้
                ดร.ธีธัช กล่าวถึงกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มฐานเกษตรยางพารา ว่าเป็นการรวมตัวกันของสมาชิกกว่า 200 คน เพื่อแก้ปัญหาเรื่องของราคายางที่ผันผวน อีกหนึ่งแนวคิดที่ทางกลุ่มนำมาใช้คือการแปรรูปยางก้อนถ้วยที่ราคาถูก มาทำเป็นยางเครพบาง มาตรฐานยางขนาด 3 มิลลิเมตร ตรงนี้จะทำให้แห้งเร็ว โดยทางกลุ่มได้ใช้นวัตกรรมของโรงอบ เป็นโรงอบที่มีลักษณะเหมือนโกดัง สามารถอบให้แห้งในระยะเวลาเพียงแค่ 24 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นภายใน 10-15 วัน ทางกลุ่มจะมียางเครพรมควันที่สามารถเก็บไว้ได้นาน วันใดที่ราคายางตก ก็ยังไม่จำเป็นจะต้องขาย แต่วันใดที่ราคายางผันผวนกลับขึ้นมามีราคาดีขึ้น ก็สามารถจะขายในราคาที่ต้องการได้ จากยางก้อนถ้วย 20 กว่าบาท พอแปรรูปเป็นยางเครพสามารถขายได้ 40 กว่าบาท เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน ในเชิงส่งเสริมให้อุตสาหกรรมยางพาราเติบโตต่อไป
                "ในขณะเดียวกันในพื้นที่โนนสุวรรณ จังหวัดบุรีรัมย์ มีการปลูกพืชอื่นเสริมด้วย เช่น มะพร้าวน้ำหอม กล้วย เงาะ รวมไปถึงจุดเด่นของพื้นที่บริเวณนี้ซึ่งมีน้ำแร่ ก็ผลิตน้ำแร่ออกมาขาย ในรอบปีจะสามารถบริหารจัดการวงจรชีวิตของสมาชิกได้อย่างดี ในช่วงราคายางตกลง ก็สามารถทำยางเครพเก็บไว้ขายในช่วงที่ราคาดีขึ้น แล้วก็ทดแทนรายได้จากการทำอาชีพเสริม ปลูกพืชเสริมและธุรกิจอื่นๆ นี่จึงเป็นตัวอย่างที่การยางฯ ภูมิใจนำเสนอ เรายังมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแบบนี้อีกจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเกษตรกรในแต่พื้นที่ไม่ให้ท้อใจกับเรื่องของราคายางมากเกินไป” ดร.ธีธัช กล่าวเพิ่มเติม
                  ธนากร จีนกลาง ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มฐานเกษตรยางพารา กล่าวว่า การรวมตัวกัน ทำให้เรามีอำนาจต่อรองค่อนข้างสูง และประหยัดต้นทุนการผลิตได้ด้วย โดยทุกวันนี้กลุ่มรับซื้อน้ำยางสดได้สูงสุด วันละ 15 ตัน ผลิตยางแผ่นรมควันได้วันละ 3-4 ตัน อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 ปีกว่าที่ผ่านมา สถานการณ์ราคายางพาราผันผวน จึงพยายามพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสหาวิธีการแปรรูปใหม่ ๆ ซึ่งก็พบว่าตลาดประเทศจีนมีความต้องการยาง เครพมากขึ้น แต่ยังมีผู้ผลิตน้อยราย ปัจจุบันกลุ่มฐานเกษตรยางพาราสามารถผลิต "ยางเครพรมควัน" คุณภาพดีได้แล้ว โดยได้ร่วมกับอาจารย์วันไชย ไชยสงคราม พัฒนาและประดิษฐ์ "ตู้อบรมควันไฮเทค" ขึ้นมา สามารถย่นเวลาการรมควันทั้งยางแผ่นและยางเครพจาก 4-5 วัน เหลือเพียง 24-36 ชั่วโมงเท่านั้น
                 "นอกเหนือจากการแปรรูปยางแล้ว ทางกลุ่มได้เตรียมทำเกษตรหลายชนิด เพื่อประกันความเสี่ยงราคายางที่ยังผันผวน ซึ่งกำลังลงทุนปลูกกล้วยหอมและฝรั่งกิมจู พร้อมทั้งนำน้ำส้มควันไม้จากตู้อบรมควันไฮเทคมาใช้ เพื่อให้เป็นเกษตรอินทรีย์ จริงๆ ความโชคดีของพื้นที่โนนสุวรรณคือเป็นดินภูเขาไฟที่มีแร่ธาตุสมบูรณ์ ทำให้ผลไม้มีรสชาติดี พิสูจน์จากผลไม้ทุกชนิดที่ผลิตออกมาเป็นที่ต้องการของตลาดทุกตัว” นายธนากร กล่าวเพิ่มเติม
 
ทีมข่าวประชาสัมพันธ์การยางฯ
 
สงวนลิขสิทธิ์ 2559 - การยางแห่งประเทศไทย (Rubber Authority of Thailand)
เลขที่ 67/25 ถนนบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กทม. 10700 โทร 0-2433-2222 ต่อ 511 Email: orf2008@rubber.mail.go.th
นโยบายเว็บไซต์ | นโยบายความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต์ | การปฏิเสธความรับผิดชอบ
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์