การยางแห่งประเทศไทย
w3c Facebook การยางแห่งประเทศไทย English

EN

Chinese

CN

ข่าวสาร กยท. >> ข่าวผู้บริหาร
กยท. เร่งยกระดับยางแผ่นรมควันมาตรฐาน GMP นำร่องสหกรณ์ฯ จ.ตรัง พร้อมก้าวสู่ความเป็นผู้นำการผลิตที่มีคุณภาพอย่างเต็มภาคภูมิ

วันที่ 17 ต.ค. 2559

               การยางแห่งะปรเทศไทย เร่งพัฒนาคุณภาพยางแผ่นรมควัน ยกระดับภายใต้มาตรฐาน GMP นำร่องสหกรณ์กองทุนสวนยางฯ ในพื้นที่ จ.ตรัง ผ่านการตรวจรับรองแล้ว 5 โรงงาน พร้อมก้าวสู่ความเป็นผู้นำการผลิตที่มีคุณภาพอย่างเต็มภาคภูมิสร้างความมั่นใจให้กับตลาดทั้งในและต่างประเทศ
 
               ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยว่า การยางแห่งประเทศไทยต้องการพัฒนาคุณภาพยางพาราของไทยทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแปรรูปขั้นกลางเป็นยางแผ่นรมควัน เพราะในแต่ละปีไทยสามารถส่งออกยางแผ่นรมควันหลายล้านบาท โดยล่าสุดในปี 2558 ที่ผ่านมา ไทยสามารถส่งออกยางแผ่นรมควันประมาณ 6.4 แสนตัน คิดเป็นมูลค่า 35,628 ล้านบาท ฉะนั้น เพื่อให้คุณภาพของยางแผ่นรมควันได้มาตรฐานสากล กยท. ในฐานะหน่วยงานผู้ดูแลยางพาราทั้งระบบครบวงจรและเป็นหน่วยงานซึ่งออกใบรับรองมาตรฐาน GMP ให้กับโรงงานผลิตยางแผ่นรมควัน โดยผ่านกระบวนการตรวจสอบตามมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 5906-2556 เรื่องการปฏิบัติที่ดีสำหรับการผลิตยางแผ่นรมควัน (GOOD MANUFACTURING PRACTICES FOR RIBBED SMOKED SHEET) จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ในเรื่องอุตสาหกรรมยางของ กยท.นับว่าเป็นการยกระดับมาตรฐานยางแผ่นรมควันเกรดพรีเมี่ยมของประเทศ โดยดำเนินการพัฒนาอุตสาหกรรมยางทั้งระบบ เนื่องจากได้มีการควบคุมตั้งแต่ต้นทางนั่นคือการกรีดยางเพื่อให้ได้น้ำยางสดจนถึงปลายทางในการแปรรูปเป็นยางแผ่นรมควัน ทุกขั้นตอนจะถูกควบคุมอย่างเข้มงวดเพื่อให้ได้ยางแผ่นรมควันที่มีคุณภาพสม่ำเสมอมีมาตรฐานรองรับ ป้อนเข้าสู่กระบวนการแปรรูปในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมทางวิศวกรรม และยางล้อรถยนต์ที่เป็นตลาดใหญ่ของโลก อาทิ มิชชิลินบริดจสโตน หรือบริษัทอื่นๆ ที่มีความต้องการใช้ยางเกรดพรีเมี่ยมสู่ผู้บริโภคใช้ยานพาหนะจะได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่บนท้องถนนเช่นกัน อย่างไรก็ตามการทำยางแผ่นรมควันให้ได้มาตรฐานเกรดพรีเมี่ยมไม่ได้มีเป้าหมายในการยกระดับราคา แต่มีเป้าหมายหลักเพื่อผลิตของดีที่มีคุณภาพ ซึ่งหากประเทศไทยมีสินค้าที่ดีมีคุณภาพ ผู้ซื้อหรือผู้ใช้จะพิจารณาและเลือกซื้อของที่มีคุณภาพอย่างแน่นอน เมื่อมีสินค้าที่มีคุณภาพ ย่อมขายได้ในราคาที่สูงตามมา
                 ดร.ธีธัช กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ กยท. ดูแลและส่งเสริมการดำเนินงานธุรกิจแปรรูปด้วยการสร้างโรงอบ/รมยางของสหกรณ์กองทุนสวนยาง ทั่วประเทศ จำนวน 176 แห่ง สำหรับจังหวัดตรังมีสหกรณ์ดำเนินธุรกิจในการแปรรูปยางแผ่นรมควันมากถึงจำนวน 30 สหกรณ์นับว่าเป็นจังหวัดตัวอย่างที่เกษตรกรและสถาบันเกษตรมีความต้องการยกระดับสินค้าของตนเอง พร้อมรับเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามมาตรฐาน GMP ยางแผ่นรมควัน ล่าสุด กยท. ได้ให้การตรวจรับรองมาตรฐาน GMP โรงงานยางแผ่นรมควันและผ่าน การรับรองแล้ว จำนวน 5 สหกรณ์ ได้แก่ สหกรณ์กองทุนสวนยางโพธิ์โทน จำกัด สหกรณ์กองทุนสวนยางวังคีรี จำกัด สหกรณ์กองทุนสวนยางคลองปาง จำกัดสหกรณ์กองทุนสวนยางหนองบัว จำกัด และสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองศรีจันทร์ จำกัด และยังคงมีสหกรณ์กองทุนสวนยางอีก 25 สหกรณ์ที่มีความพร้อมและศักยภาพ เตรียมพร้อมในการก้าวสู่การจัดทำมาตรฐาน GMP ตามแนวทางที่ทำให้สหกรณ์ทุกแห่งในจังหวัดตรังทำยางเกรดพรีเมี่ยมมีมาตรฐานเชิงวิทยาศาสตร์รับรอง โดยเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางจะได้รับประโยชน์ทั้งในเรื่องผลิตยางที่มีคุณภาพดี สามารถต่อรองราคาสินค้าในราคาที่สูงขึ้นได้ ซึ่งทาง กยท. จะเข้าไปตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกษตรกรรักษาคุณภาพยางให้ได้ตามมาตรฐานพรีเมี่ยมที่กำหนดไว้
                "นอกจากนี้กยท.ยังมีการขยายตลาดยางพาราระดับภูมิภาคRegional Rubber Market : RRMให้แก่สถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบกิจการยาง ในตลาดนี้จะมีสินค้าประเภทยางแท่งมาตรฐาน (Standard Thai Rubber 20 - STR 20) และยางแผ่นรมควัน ชั้น 3 มาตรฐานกรีนบุ๊ค (Ribbed Smoked Sheet 3 - RSS 3) โดยความร่วมมือของ 3 ประเทศสมาชิก ประกอบด้วยประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ซึ่งแต่ละประเทศมีข้อกำหนดระเบียบวิธีการซื้อขายรวมทั้งมาตรฐานร่วมกัน โดย กยท. มีแนวทางสนับสนุนให้กลุ่มเกษตรกรเข้าร่วมโครงการยางพาราประชารัฐ นำยางที่ผ่านมาตรฐาน GMP มาขายในตลาดกลางยางพาราระดับภูมิภาคได้ ถือเป็นการช่วยหาตลาดรองรับผลผลิตยางให้กับสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงถึงความมั่นใจในตลาดระดับอาเซียนอีกด้วย” ผู้ว่าการ กยท. กล่าวทิ้งท้าย
               ด้านนางปรีดิ์เปรม ทัศนกุล นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ ฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง การยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่าสหกรณ์กองทุนสวนยางได้ริเริ่มเปิดกิจการจำนวน ๖๓๗แห่งทั่วประเทศ แต่ปัจจุบันสามารถดำเนินการกิจการได้เพียงไม่เกินร้อยละ 50 ที่เหลือปิดกิจการเนื่องจากไม่สามารถดำเนินงานในเชิงธุรกิจได้ โอกาสการแข่งขันน้อยต้นทุนการผลิตสูง ส่วนโรงงานยางแผ่นรมควันดำเนินการในปัจจุบันสามารถผลิตยางที่มีคุณภาพ แต่ยังไม่สม่ำเสมอมีทั้งยางแผ่นรมควัน (RSS) ชั้น 3, RSS4, RSS5 ยางฟอง และยางคัตติ้งล้วนมีสาเหตุมาจากการขาดระบบการจัดการที่ดี ขาดความรู้ทางด้านวิชาการและการส่งเสริมที่เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง ดังนั้นการยกระดับคุณภาพยางแผ่นรมควันของสหกรณ์กองทุนสวนยางนับว่าเป็นก้าวแรกแห่งวงการยางไทยที่สามารถก้าวสู่ความเป็นผู้นำการผลิตยางได้อย่างเต็มความภาคภูมิ โดยมาตรฐาน GMP ยางแผ่นรมควันได้ถูกยกระดับเป็นมาตรฐานสินค้าเกษตรที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในปี 2556 เป็นระบบ GMP ด้านยางพาราฉบับแรกที่ถูกประกาศใช้ และเป็นพืชชนิดเดียวที่กินไม่ได้มาจัดเป็นระบบการควบคุมคุณภาพจนทำให้ทั่วโลกรู้จัก ซึ่งต่างกับระบบ ISO ที่เน้นกระบวนการบริหารโดยผ่านระบบเอกสารที่สามารถตรวจสอบได้แต่ไม่ได้เจาะลึกในรายละเอียดคุณภาพยางที่ผลิตเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องความสม่ำเสมอของเนื้อยางให้กับผู้ซื้อ
              นางปรีดิ์เปรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรม กยท. ได้จัดทำระบบควบคุมคุณภาพยางแผ่นรมควันของสหกรณ์กองทุนสวนยางที่มีความพร้อมและมีศักยภาพ ซึ่งในจังหวัดตรัง เป็นจังหวัดแรกที่สถาบันเกษตรกรสามารถก้าวสู่มาตรฐาน GMP ล่าสุดมีจำนวนทั้งสิ้น 5 แห่ง ซึ่งสหกรณ์เหล่านี้มีศักยภาพในการผลิตยางแผ่นรมควันชนิด Premium grade ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 99 ของปริมาณทั้งหมด และสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สูงกว่าราคาประกาศสำนักงานตลาดกลางยางพาราสงขลา 3-7 บาท/กิโลกรัม โดย กยท. มุ่งหวังให้ยางที่ผลิตได้มีคุณภาพสูง มีคุณสมบัติทางกายภาพของยางที่คงที่ มีความสม่ำเสมอ เน้นการนำยางที่มีคุณภาพเหล่านี้ไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดเพิ่มมูลค่าหรืองานทางวิศวกรรม เช่น ยางรองคอสะพาน ยางล้อเครื่องบิน ยางล้อรถยนต์ ยางปูพื้นสนามกีฬา รองเท้าแตะ รองเท้ากีฬา เป็นต้น
             "สำหรับการตรวจสอบมาตรฐาน GMP นั้น จะให้ความสำคัญของน้ำยางสด ตั้งแต่อยู่ในสวนยาง มีระบบการรวบรวมน้ำยางสดที่สะอาดตั้งแต่สวนมายังโรงงานผลิต การทดสอบคุณภาพน้ำยางเมื่อมาถึงโรงงานเพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพของยางที่ผลิตได้ ไปจนถึงกระบวนการรีด ล้าง และการตากยาง ให้เป็นไปตามระบบคุณภาพการผลิตยางดิบทุกขั้นตอน ในส่วนระบบผลิตยางแผ่นรมควันจำต้องกำหนดมาตรฐานไม้ฟืน ชนิดของไม้ฟืน เพื่อใช้ในการควบคุมความร้อนระยะเวลาที่เหมาะสม การนำยางออกจากเตา การคัดชั้นและจัดชั้นยาง การเก็บตลอดจนการขนส่งตามระบบควบคุมคุณภาพ จึงทำให้ GMP เป็นระบบการควบคุมคุณภาพการผลิตยางแผ่นรมควันให้ได้มาตรฐาน ทุกกระบวนการผลิต เพื่อให้ได้ยางที่มีคุณภาพดีและมีความสม่ำเสมอ จำหน่ายได้ในราคาสูง เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ” นางปรีดิ์เปรมกล่าวทิ้งท้าย
              นายชาติ วรรณบวร ประธานกรรมการสหกรณ์กองทุนสวนยางวังคีรี กล่าวว่า สหกรณ์แห่งนี้เริ่มต้นจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2537 ปัจจุบันมีสมาชิกในสหกรณ์ จำนวน 562 รายโรงงานมีกำลังการผลิตเฉลี่ยประมาณ 500ตัน/ปี โดยมีประสิทธิภาพการผลิตยางแผ่นรมควันชั้น 3คิดเป็นร้อยละ 92 ของกำลังการผลิตทั้งหมด สหกรณ์ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจาก กยท. ตั้งแต่ ปี 2537 โดยการเข้ามาให้โดยการสร้างโรงอบ/รมยางและให้ความรู้ในด้านการผลิต และการบริหารจัดการสหกรณ์ถึงปัจจุบันและได้เริ่มดำเนินการพัฒนามาตรฐานยางเพื่อขอการรับรองมาตรฐาน GMP ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2559 ท้ายสุดได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา หลังสหกรณ์ผ่านมาตรฐาน GMPดังกล่าว เพิ่มประสิทธิภาพแผ่นรมควัน ชั้น 3 เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 สหกรณ์จึงมีคิดเป็นเงินประมาณ 40-50 บาท/100 กก. หรือ 0.50 บาท/กก. อีกทั้งยังลดการสูญเสียยางในกระบวนการผลิตที่เป็นเศษยาง ประมาณร้อยละ 1 ได้รับมูลค่าเพิ่มอีก 30 บาท/100 กก (ยางที่รับซื้อ) เท่ากับว่าจากน้ำหนักยางที่ซื้อ 100 กก. สหกรณ์ได้รับเงินเพิ่มประมาณ 80 บาท หรือ 0.80 บาท/กก.จึงทำให้ปัจจุบันสหกรณ์มีประสิทธิภาพการผลิตยางแผ่นรมควันชั้น 3 เป็น ร้อยละ 100 ไม่มียางที่ตกชั้นกว่ายางแผ่นรมควันชั้น 3
              นายทองยศ รักษ์เมือง ประธานกรรมการสหกรณ์กองทุนสวนยางโพธิ์โทนกล่าวว่าสำหรับสหกรณ์กองทุนสวนยางโพธิ์โทน จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2537 ดำเนินการมากว่า 22 ปี ปัจจุบันมีสมาชิกในสหกรณ์ จำนวน 201 รายมีกำลังการผลิตเฉลี่ยประมาณ 500ตัน/ปี เช่นกัน โดยโรงงานมีประสิทธิภาพการผลิตยางแผ่นรมควันชั้น 3คิดเป็นร้อยละ 85.52 ของปริมาณยางทั้งหมดที่สหกรณ์ผลิตได้หลังจากสหกรณ์ผ่านการรับรองมาตรฐาน GMP เพิ่มประสิทธิภาพยางแผ่นรมควัน ชั้น 3เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 คิดเป็นเงินประมาณ 65 บาท/100 กก. หรือ 0.65 บาท/กก. และยังลดการสูญเสียยางในกระบวนการผลิตที่เป็นเศษยาง ประมาณร้อยละ 1 ได้รับมูลค่าเพิ่มอีก 30 บาท/100 กก (ยางที่รับซื้อ) เท่ากับว่าจากน้ำหนักยางที่ ซื้อ 100 กก. สหกรณ์ได้รับเงินเพิ่มประมาณ 95 บาท หรือ 0.95 บาท/กก.ปัจจุบันโรงงานมีประสิทธิภาพการผลิตยางแผ่นรมควันชั้น 3 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 98.52
 
 
                                                                                                                                     ทีมข่าวประชาสัมพันธ์ กยท.
 
สงวนลิขสิทธิ์ 2559 - การยางแห่งประเทศไทย (Rubber Authority of Thailand)
เลขที่ 67/25 ถนนบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กทม. 10700 โทร 0-2433-2222 ต่อ 511 Email: orf2008@rubber.mail.go.th
นโยบายเว็บไซต์ | นโยบายความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต์ | การปฏิเสธความรับผิดชอบ
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์