การยางแห่งประเทศไทย
w3c Facebook การยางแห่งประเทศไทย English

EN

Chinese

CN

ศูนย์บริการทดสอบรับรองภาคใต้ >> ข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวด่วน เกษตรกรช้ำใจ...กรดฟอร์มิกปลอมระบาดทางภาคอีสาน (19/4/60)

วันที่ 19 เม.ย. 2560

           "สารจับตัวยาง” ยังเป็นประเด็นที่สร้างความเสียหายและเดือดร้อนแก่เกษตรกรผู้ผลิตยางก้อนถ้วยอยู่อย่างต่อเนื่อง จากการที่ผู้ประกอบการจำหน่ายสารจับตัวยางที่มีส่วนประกอบของกรดซัลฟิวริกและเกลือแคลเซียมคลอไรด์ที่ส่งผลกระทบต่อยางก้อนถ้วยที่จะนำไปผลิตเป็นยางแท่งและยางล้อ
           ตามคำแนะนำการผลิตยางก้อนถ้วยคุณภาพดี ฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง การยางแห่งประเทศไทย ได้แนะนำ ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้กรดฟอร์มิกในการจับตัวยางก้อนถ้วยเนื่องจากเป็นสารอินทรีย์ที่สลายตัวง่าย ไม่มีผลตกค้างในยางและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ได้ยางที่มีความยืดหยุ่นดี สมบัติทางกายภาพดี แต่ผู้ประกอบการบางรายจงใจผลิตสารจับตัวยางที่มีส่วนประกอบซัลเฟตและเกลือคลอไรด์เพื่อช่วยให้ยางจับตัวเร็ว มีการโฆษณาชวนเชื่อเกินจริง อวดสรรพคุณต่าง ๆ มากมาย ว่าเป็นสารชีวภาพ สารอินทรีย์ สารออแกนิคให้เข้าใจว่าปลอดภัย ได้น้ำหนักดี จับตัวเร็ว สู้ฝน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
           ศูนย์บริการทดสอบรับรองภาคตะวันออก ฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง จึงได้ลงพื้นที่สุ่มเก็บตัวอย่างสารจับตัวยางทางภาคอีสานรวม 22 ตัวอย่าง เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีด้วยเครื่องมือ Ion Chromatography พบว่ามีเพียง 1 ตัวอย่างเท่านั้นที่เป็นกรดฟอร์มิกแท้ความเข้มข้น 94% ตรงตามฉลากที่ระบุ ส่วนอีก 8 ตัวอย่างหรือร้อยละ 36.4 เป็นกรดฟอร์มิกเช่นกันแต่ความเข้มข้นไม่เป็นไปตามที่ระบุซึ่งตรวจพบเพียง 17.89 – 82.92% เท่านั้นทั้ง ๆ ที่ฉลากระบุ 94% บ้าง 100% บ้าง นอกจากนี้มี 7 ตัวอย่างหรือร้อยละ 31.8 ที่เป็นกรดซัลฟิวริกพบระดับความเข้มข้นระหว่าง 36.17 – 99.74% โดยที่บนฉลากจะตั้งชื่อทางการค้าเป็นชื่ออื่นทั้งหมด และยังมีอีก 5 ตัวอย่างหรือร้อยละ 22.7 ที่พบทั้งกรดฟอร์มิกผสมแคลเซียมคลอไรด์ และกรดซัลฟิวริกผสมแคลเซียมคลอไรด์ และที่เหลืออีก 1 ตัวอย่างเป็นแคลเซียมคลอไรด์ล้วน ๆ ที่มีความเข้มข้น 36.78%
           นอกจากนี้จากการตรวจสอบปริมาณโลหะด้วยเครื่อง Atomic Absorption Spectroscopy ทั้งกรดฟอร์มิกปลอมและกรดอื่นที่ไม่ได้ระบุชนิดของสารเคมียังพบโลหะธาตุของแคลเซียมตั้งแต่ระดับ 0.17 – 5,340 ppm แมกนีเซียมระหว่าง 0.11 – 49.28 ppm ธาตุเหล็ก 0.02 – 0.53 ppm และทองแดงน้อยกว่า 0.01 ppm ทั้งนี้จากการศึกษาของปรีดิ์เปรม, 2557 พบว่าหากน้ำยางมีปริมาณแคลเซียมเกินกว่า 500 ppm ขึ้นไปจะทำให้ยางขาดความยืดหยุ่น ยางมีความหนืดต่ำ และมีปริมาณความชื้นสูง ซึ่งปริมาณโลหะธาตุที่อยู่ในน้ำยางจะส่งผลต่อรอยตำหนิที่เกิดขึ้นบนผลิตภัณฑ์ได้โดยเกิดรอยแตกทำให้แรงรับน้ำหนักบริเวณนั้นเสียไป
         ที่สำคัญเกษตรกรไม่สามารถแยกแยะได้ว่าขวดไหนเป็นกรดฟอร์มิกจริง ขวดไหนเป็นกรดฟอร์มิกปลอม สร้างความสับสนให้กับเกษตรกรเนื่องจากสารจับตัวยางที่ระบุว่ากรดฟอร์มิกนั้น ก็ยังไม่ใช่กรดฟอร์มิกตามที่ระบุแต่ถึงแม้ว่าบางยี่ห้อเป็นฟอร์มิกแต่ก็มีความเข้มข้นน้อยกว่าตามที่ระบุอยู่มาก
          นอกจากนี้กลุ่มเกษตรกรบางรายได้หารือพร้อมตั้งข้อสงสัยการใช้กรดในการจับตัวยางผลิตยางก้อนถ้วยโดยแจ้งว่ากรดที่ระบุว่าเป็นกรดฟอร์มิกนั้น เกิดผลกระทบต่อผิวหนังอย่างรุนแรง เป็นแผลลึกเข้าไปในเนื้อต่างจากกรดฟอร์มิกที่เคยใช้ในอดีต ซึ่งจากการที่ใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ชั้นสูงสามารถทราบชนิดและปริมาณของกรดชนิดต่าง ๆ ได้ค่อนข้างแม่นยำ จึงทำให้เรื่องดังกล่าวกระจ่างเห็นถึงความเห็นแก่ได้ของผู้จำหน่ายสารจับตัวบางรายที่เอาเปรียบผู้บริโภคสร้างความเสียหายต่อคุณภาพชีวิตเกษตรกรชาวสวนยาง
หลอกลวงผู้บริโภค
          ผลการทดสอบดังกล่าวสามารถทราบส่วนประกอบของสารเคมีและโลหะชนิดต่าง ๆ ที่ปลอมปน ถือว่าผู้ประกอบการจำหน่ายสารจับตัวมีเจตนาในการหลอกลวงผู้บริโภค โฆษณาชวนเชื่อเกินความจริง ให้เกษตรกรหลงเชื่อถึงความปลอดภัย โดยอ้างว่าไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม น้ำยางสามารถจับตัวแข็งตัวไวกว่า ก้อนยางสีสวย ไม่ติดก้นถ้วย ยางไม่เหนียว ไม่มีกลิ่นของสารระเหยที่รุนแรงกับจมูก ไม่แสบคันเมื่อสัมผัส ขี้ยางไม่มีกลิ่นเหม็นและได้น้ำหนักยางเพิ่มขึ้น ซึ่งคำกล่าวอ้างดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 22
ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรชาวสวนยาง
           จากการตรวจสอบราคาจำหน่าย "กรดปลอม” ที่ระบุไว้บนฉลากว่าเป็นกรดฟอร์มิกเข้มข้น 94% มีสัญลักษณ์แตกต่างกัน ในร้านค้าปลีกระบุความเข้มข้น 94% ปริมาตร 5 ลิตร ราคาจำหน่ายแกลลอนละ 250 - 270 บาท แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีความเข้มข้นของกรดฟอร์มิกไม่เกิน 87% และสารอื่นผสมอยู่ ถึงแม้ว่าผู้ประกอบการจะปลอมปนสารชนิดอื่นลงไปซึ่งมีมูลค่าไม่มากนัก แต่ก็สร้างความเสียหายให้กับคุณภาพยางและผลต่อประเทศชาติอย่างมหาศาล สุขภาพของเกษตรกรและสิ่งแวดล้อมรวมทั้งเกษตรกรต้องซื้อของที่แพงโดยไม่จำเป็นอีกด้วย ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศชาติ
           จากข้อมูลสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรปี 2559 ผลผลิตยางทางภาคอีสานทั้งหมดมีปริมาณทั้งสิ้น636,531 ตัน และจากการใช้กรดปลอมพบว่าคุณภาพยางไม่ได้มาตรฐานและกว่าร้อยละ 50 ที่พบๆ ว่าสารจับตัวยางมีส่วนผสมของกรดซัลฟิวริกแทบทั้งสิ้นรวมทั้งบางยี่ห้อมีเกลือผสมอยู่ ทั้งนี้ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ใช่เฉพาะคุณภาพยางในภาพรวมเท่านั้น ยังเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของเกษตรกรชาวสวนยาง ต่อสุขภาพอนามัย ผลต่อหน้ายาง และสิ่งแวดล้อมซึ่งจะประเมินค่าไม่ได้กับความเสียหายที่เกิดขึ้น
มาตรการในอนาคต 
         การยางแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการควบคุมคุณภาพยางต้นน้ำระดับประเทศ ควรมีมาตรการในการควบคุมสารจับตัวยางทุกชนิดในเชิงการค้าโดยจะต้องร่วมหารือกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งนี้ผู้จำหน่ายจะต้องขอขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย เพื่อทำการควบคุมคุณภาพยางไทยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นยางที่ดีที่สุดในโลก เรื่อง/ภาพ : ปรีดิ์เปรม ทัศนกุล
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ชื่อ ของคุณ : *
ความคิดเห็น : *
 
สงวนลิขสิทธิ์ 2559 - การยางแห่งประเทศไทย (Rubber Authority of Thailand)
เลขที่ 67/25 ถนนบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กทม. 10700 โทร 0-2433-2222 ต่อ 511 Email: orf2008@rubber.mail.go.th
นโยบายเว็บไซต์ | นโยบายความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต์ | การปฏิเสธความรับผิดชอบ
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์