| |
คำแนะนำพันธุ์ยางในประเทศไทย
ตามปกติการพิจารณาการเปลี่ยนแปลงคำแนะนำพันธุ์ยางของประเทศไทย
ได้กำหนดไว้ทุกๆ 4 ปี ทั้งนี้เพื่อพิจารณาพันธุ์ยางพันธุ์ใหม่ที่ผ่านการคัดเลือกตามขั้นตอนต่างๆ
ในการปรับปรุงพันธุ์ซึ่งมีลักษณะที่สำคัญ
บางประการมีแนวโน้มดีในอนาคต เช่น ผลผลิต การเจริญเติบโต และการต้านทานโรคเป็นต้น
สำหรับคำแนะนำเกษตรกรใช้ปลูกสร้างสวนยางในพื้นที่ปลูกยางเขตต่างๆ ของประเทศต่อไป
จากคำแนะนำพันธุ์ยางฉบับปี
พ.ศ. 2542 สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ได้แนะนำพันธุ์ยางสำหรับ
เกษตรกรในแหล่งปลูกยางเดิม ทั้งในเขตภาคใต้และภาคตะวันออก จำนวน 3 ชั้น ดังนี้
 |
พันธุ์ยางชั้นที่
1 หมายถึง บางพันธุ์ดีที่แนะนำให้เกษตรกรปลูกโดยไม่จำกัดพื้นที่ปลูก
ยางพันธุ์ดีที่แนะนำในชั้นนี้อยู่ระหว่างการศึกษาลักษณะบางประการเพิ่มเติมมีจำนวน
8 พันธุ์ ได้แก่ สงขลา 36 , BPM24 , PB260 , PR255 , RRIC110 , PB255 , RRIM600
และสถาบันวิจัยยาง251
พันธุ์ยางชั้น
2 หมายถึง ยางพันธุ์ดีที่แนะนำให้เกษตรกรปลูกโดยจำกัดพื้นที่ปลูก
ให้ปลูกได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของพื้นที่ปลูกยาง ที่ถือครอง แต่ละพันธุ์ควรปลูก
ไม่น้อยกว่า 7 ไร่ พันธุ์ยางที่แนะนำในชั้นนี้อยู่ระหว่าง การศึกษา ลักษณะบางประการ
เพิ่มเติมมีจำนวน 6 พันธุ์ ได้แก่ BPM1 , PB235 , RRIC100 , RRIC101 ,
สถาบันวิจัยยาง250 และสถาบันวิจัยยาง226
|
 พันธุ์ยางชั้น
3 หมายถึง ยางพันธุ์ดีที่แนะนำให้เกษตรกรปลูกโดยจำกัดพื้นที่ปลูก
ให้ปลูกได้ไม่เกินร้อยละ 20
ของพื้นที่ปลูกยางที่ถือครอง แต่ละพันธุ์ควรปลูกไม่น้อยกว่า 7 ไร่ พันธุ์ยางที่แนะนำในชั้นนี้ส่วนใหญ่อยู่ในระหว่าง
การทดลอง และต้องศึกษาลักษณะต่างๆเพิ่มเติม มีจำนวน 9 พันธุ์ ได้แก่ RRIC121 , PR302 , PR305 ,
สถาบันวิจัยยาง163,
สถาบันวิจัยยาง209 , สถาบันวิจัยยาง214 , สถาบันวิจัยยาง218
, สถาบันวิจัยยาง225 , และHaiken-2
การทดลองพันธุ์ยางปลูกในที่ลาดชัน
พันธุ์ยางแต่ละพันธุ์ในคำแนะนำดังกล่าวมีการตอบสนองต่อสภาพพื้นที่และสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน
โดยเฉพาะบางพันธุ์ ของต่างประเทศที่เพิ่งจะนำเข้ามา และบางพันธุ์เป็นพันธุ์ที่เพิ่งผ่านการคัดเลือกภายในประเทศ
ปราโมทย์และคณะ(2527) ได้รายงานว่าพื้นที่ปลูกยางที่เป็นภูเขา ในภาคใต้มีความลาดเทสูงถึง
40-60 องศา ซึ่งความลาดเทจะมี อิทธิพลต่อการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตของยางพารา
ถ้าพื้นที่มีความลาดเทมาก การเจริญเติบโตและผลผลิตของยางพาราจะลดลง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเกี่ยวกับการระบาด ของโรคบางชนิดใน
เขตปลูกยางต่างๆ ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการเลือกพันธุ์ยางปลูกด้วย
ความลาดชัน 30-36
องศา มีอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อปี พบว่าพันธุ์ RRIC110 มีอัตราการเพิ่มสูงสุด
ทั้ง 2 ระดับความลาดชันและจากการประเมินต้นยางที่เป็นโรคปรากฏว่ายางทุกพันธุ์ เป็นโรคที่เกิดจากออยเดียม
และคอลเลโทตริกรัม ในระดับที่แตกต่างกัน คือ พันธุ์ PB217, PB260, RRIC110,สงขลา36
อ่อนแอ - อ่อนแอมาก
ต่อเชื้อออยเดียม พันธุ์ สงขลา36 อ่อนแอ - อ่อนแอมากต่อเชื้อคอลเลโทตริกรัม
และพบยางพันธุ์ PB260,
RRIC110, BPM24 ตายด้วยสาเหตุโรครากขาว ร้อยละ 0.5 -1.0
เอกสารอ้างอิง
ศุภมิตร ลิมปชัย และคณะ, การทดสอบพันธุ์ยางในสภาพพื้นที่ลาดชัน
ศูนย์วิจัยยางสงขลา กรมวิชาการเกษตร 2532
|
|